วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ติดหวัดเพิ่มอีก43

ไทยติดหวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ 2009 พรวดพราด วันเดียวพบเพิ่ม 43 รายทั่วประเทศ ขณะที่ กทม.-ศึกษาธิการสั่งโรงเรียนในสังกัดทั่วกรุงทำความสะอาดครั้งใหญ่ พร้อมประชุมรับมือการแพร่ระบาด สั่งปิดโรงเรียนกวดวิชาย่านราชเทวี หลังพบอาจเป็นต้นตอแพร่เชื้อหวัด ส่วน ม.มหิดล สั่งปิดเรียนคณะสาธารณสุขศาสตร์ 7 วัน หลังพบ นศ.กลับจากอเมริกา ติดเชื้อแน่นอน 1 ราย รอยืนยันผล 3 และเฝ้าระวังอีก 10 ราย ด้านสาธารณสุขยังห่วงคนตื่นตระหนกเกินเหตุ สั่งรวมศูนย์ให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้ดูแล พร้อมเร่งให้ ข้อมูลประชาชน วอนอย่าใช้คำ "หวัดมรณะ" เพราะไม่รุนแรงอย่างที่คิด ส่วนที่พัทยาผู้ประกอบการครวญ เจอหวัดพันธุ์ใหม่ตามซ้ำ เชื่อปีนี้เจ๊งยับนับหมื่นล้าน

หลังจากที่ กทม.พบนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเซนต์คาเบรียลติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้ภาครัฐตื่นตัว และสั่งปิดโรงเรียนที่พบนักเรียนติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้ว

กทม.เร่งทำความสะอาดโรงเรียน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลว่า พนักงานทำความสะอาดจากเขตดุสิต กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภารโรงของโรงเรียนกว่า 100 คน ได้ร่วมกันทำความสะอาดโรงเรียน หลังจากประกาศหยุดเรียนตั้งแต่วันที่ 12-18 มิถุนายน เพื่อป้องการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 โดย น.ส.เฉลิมรัก พิเชฐกร ผู้ช่วย ผู้อำนวยการเขตดุสิต กล่าวว่า การทำความสะอาดโรงเรียนได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ภายในอาคาร เน้นทำความสะอาดในห้องเรียนที่พบ ด.ช. อายุ 11 ขวบ ติดเชื้อหวัด 2009 เป็นหลัก รวมทั้งห้องข้างเคียงที่อยู่ชั้นเรียนเดียวกันทั้งหมด โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดลูกบิด ประตู ช่องแอร์ โต๊ะเก้าอี้ เป็นต้น และส่วนที่ 2. ภายนอกอาคาร โดยทำความสะอาดใต้ถุนอาคาร ห้องประชุมชั้นล่าง และโรงอาหาร ทั้งนี้ เนื่องจากโรงเรียนมีห้องเรียนกว่า 80 ห้องเรียน จึงต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันในการทำความสะอาด ซึ่งครูในโรงเรียนและภารโรงของโรงเรียนได้ดูการสาธิตการทำความสะอาดในจุดต่างๆด้วย นอกจากนั้นแล้ว ในวันที่ 15 มิถุนายน เจ้าหน้าที่สำนักอนามัยและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข จะสาธิตการทำความสะอาดอุปกรณ์ อาทิ ช้อน ถาดอาหาร แก้วน้ำ ฯลฯ ในโรงอาหารอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวด้วย

สั่งปิด ร.ร.กวดวิชา 7 วัน

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายชัยภัทร เจริญพร ผู้ อำนวยการเขตราชเทวี เปิดเผยว่า ศูนย์บริการสาธารณสุข 2 และฝ่ายสิ่งแวดล้อม เขตราชเทวี ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาเกียรติบัณฑิต ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 และ 6 ของธนาคารทหารไทย แยกพญาไท ตรงข้ามกรมปศุสัตว์ หลังโรงเรียนได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ ให้ปิดโรงเรียนชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-18 มิ.ย. เนื่องจากเด็ก ป.6 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งมีการระบุว่าอาจจะติดเชื้อจากโรงเรียนกวดวิชา โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงอาคารห้องเรียน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ และดูแลเรื่องความสะอาดให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง แจกแผ่นพับ และหน้ากากอนามัย ซึ่งโรงเรียนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ผจก.ร.ร.อ้างเด็กป่วยมาก่อน

ผอ.เขตราชเทวี กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากนายธีระวุธ ชูช่วยสุวรรณ ผู้จัดการโรงเรียน กวดวิชา ว่าไม่ได้เป็นต้นตอที่ทำให้เด็ก ป.6 ร.ร.เซนต์คาเบรียลป่วย เนื่องจากในวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา เด็กได้เข้าเรียนครั้งล่าสุดมีอาการป่วยมาก่อนหน้านั้นแล้ว และมาเข้าเรียนได้เพียงชั่วโมงเดียว แล้วผู้ปกครองก็ได้มารับกลับบ้านไป และเด็กมีประวัติเดินทางไปต่างประเทศมาด้วย อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่เขตราชเทวี นับเป็นอีกเขตที่มีโรงเรียนและสถาบันกวดวิชาจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปให้ความรู้ คำแนะนำในการดูแลความสะอาดของโรงเรียนกวดวิชาตนเองด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดต่อไป ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีโรงเรียน กวดวิชาแห่งอื่นที่แจ้งว่ามีเด็กป่วยเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สำหรับสถาบันกวดวิชาที่อาจเป็นจุดแพร่ระบาดของโรค ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัด เนื่องจากนักเรียนเซนต์คาเบรียลที่ติดเชื้อมีอาการไอมาหลายวันก่อนจะเดินทางไปกวดวิชา และมีไข้ในเวลาต่อมา ซึ่งสถาบันกวดวิชาแห่งนี้อาจไม่ใช่ต้นตอของการแพร่เชื้อก็ได้

กทม.นัดถกผู้เกี่ยวข้องจันทร์นี้

ขณะที่ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ใน กทม.ยังไม่มีอะไรรุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องหามาตรการป้องกัน โดยในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. จะเชิญผู้ประกอบการผับ บาร์ ผู้บริหารโรงเรียน กวดวิชาและโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องประมาณ 2,500 คน มาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ และในวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ ทาง กทม.และกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้โรงเรียนต่างๆทำความสะอาดครั้งใหญ่เหมือนกับโรงเรียนเซนต์คาเบรียล

ให้ ร.ร.พิจารณาสั่งปิดเรียนได้เอง

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะนี้ว่าได้ให้นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าคณะทำงานในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อร่วมประชุมและประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ได้แจ้งให้โรงเรียนทุกแห่งเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงชี้แจงแนวปฏิบัติเรื่องดังกล่าวแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาด้วย หากสถานศึกษาใดพบว่ามีผู้ป่วยก็ให้นำตัวพบแพทย์ทันที หากพบโรงเรียนกลุ่มเสี่ยง หรือมีเด็กป่วยให้หารือร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่ หากมีความจำเป็นต้องปิดเรียนก็ให้พิจารณาสั่งปิดเรียนได้ตามความจำเป็นทันที และให้แจ้งกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรับทราบ สำหรับพื้นที่ใน กทม.ได้สั่งการให้สถานศึกษาทุกแห่งให้ความร่วมมือกับ สธ. และ กทม.ในการจัดกิจกรรมทำความสะอาดสถานศึกษา รวมถึงร่วมประชุมหารือมาตรการป้องกันโรคเพิ่มเติมในวันที่ 15 มิ.ย.นี้

ห้ามผู้บริหารปิดบังข้อมูล

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า กรณีโรงเรียนกวดวิชาซึ่งเป็นจุดที่พบว่าเป็นที่มาของโรค ทำให้นักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียลติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ขณะนี้ได้ให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ประสานให้สถาบันกวดวิชาดังกล่าวปิดการเรียนการสอนชั่วคราวแล้ว และหากพบว่าสถาบันกวดวิชาอื่นๆ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อก็ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ และแนวปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่มีนโยบายให้ผู้บริหารโรงเรียน ปิดบังข้อมูลการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ต่อผู้ปกครอง เพียงแต่ไม่ต้องการให้โหมกระพือข่าวจนเป็นที่ตื่นตระหนก หากสถานศึกษาใดพบว่ามีเด็กป่วยหรือสงสัยว่าจะมีการแพร่เชื้อขอให้รีบประสานสาธารณสุขในพื้นที่โดยทันที เพื่อดำเนินการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ย้ำโรงเรียนปิดแค่ 3 แห่ง

ต่อข้อถามว่าจะมีการพิจารณาสั่งปิดโรงเรียนทั้งหมดในพื้นที่ กทม.หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาร่วมกัน เพราะในภาพรวมกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ดีที่สุด ซึ่งการสั่งปิดโรงเรียนทั้งหมดต้องมีเหตุผลที่สมควร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสถานศึกษาสั่งปิดเรียนเพิ่มเติมจากเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยโรงเรียนที่ปิดการเรียนการสอนได้แก่ ร.ร.เซนต์คาเบียล ร.ร.เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และ ร.ร.อนุบาลปทุมธานี

ทำความสะอาดโรงเรียนทั่วกรุง

ด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และสั่งการให้โรงเรียนในสังกัดทุกแห่งทำความสะอาดภายในโรงเรียน ในวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้ และหากมีเด็กป่วยในโรงเรียนไม่จำเป็นต้องปกปิดชื่อโรงเรียน เพราะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ไม่ควรเปิดเผยชื่อนักเรียน โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีโรงเรียนในสังกัดสพฐ.สั่งปิดโรงเรียนเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่ที่ต้องให้ดูแลกันอย่างใกล้ชิดคือที่พัทยา ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 3 เขตในพัทยาขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีเด็กนักเรียนติดเชื้อแต่อย่างใด

ไฟไหม้ซาวนาโรงแรมแฟร์เท็กซ์พัทยา

จนท.ควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ระหว่างระบายควันออกจากอาคาร ไม่มีผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งได้ส่งแขกไปพักโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ คาดเสียหาย 2 ล้านบาท...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา วันนี้ (18 ต.ค.) พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา พนักงานสอบสวน ( สบ.2 ) สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารโรงแรมแฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล เลขที่ 179/185-212 ม.5 ถนนพัทยาเหนือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ มีผู้ติดอยู่ในอาคารจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย รถดับเพลิงเมืองพัทยากว่า 10 คน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 100 นาย โดย มี นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก. พ.ต.ท.สุธรรม ชาวศรีทอง รองผู้กำกับการปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ร่วมตรวจสอบเฝ้าดูสถานการณ์ ที่เกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บริเวณชั้นล่างของตัวอาคารส่วนหน้า พบกลุ่มควันลอยพุ่งออกจากตัว อาคารจำนวนมาก และยังพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ บริเวณห้องซาวนาที่อยู่บริเวณด้านข้าง เคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ นักผจญเพลิงต้องรีบฉีดน้ำสกัดเพลิง และ ระบายควันไฟ ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ขณะที่ นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในโรงแรมกว่า 50 คน ถูกช่วยเหลือออกมาได้ทัน โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่พนักงานประจำโรงแรม ที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พบว่าสำลักควันกว่า 10 คน ทั้งหน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางละมุง เพื่อรักษาตัวต่อไป

นายปัญหา ลาภยิ่ง อายุ 27 ปี พนักงานประจำโรงแรมแฟร์เท็กซ์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ จากนั้นได้มี กลุ่มควัน และ เปลวเพลิง พุ่งออกมาจาก บริเวณ ห้องซาวน่า ซึ่งอยู่ข้าง เคาน์เตอร์ต้อนรับ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และ กลุ่มควันกระจายไปทั่วตัวอาคารของโรงแรม จึงรีบแจ้งหน่วยดับเพลิง พร้อมทั้ง ระบายแขกที่พักอยู่ในโรงแรมออกจากอาคาร



ด้าน นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา กล่าวหลังเดินทางเข้ามาดูที่เกิดเหตุว่า จากที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รายงานว่ากลุ่มควันเกิดจากส่วนออกกำลังกายที่อยู่ด้านขวาของล็อบบี้ ชั้น 1 ที่น่าจะลอยมาจากห้องซาวนา โดยขณะนั้นมีผู้ใช้บริการห้องออกำลังกายประมาณ 20 คน แต่ทุกคนไม่ได้รับอันตราย เพราะเมื่อเห็นกลุ่มควันต่างก็ทะยอยเดินออกมาจากโรงแรม อีกทั้งช่วงที่เกิดเหตุเป็นเวลาหัวค่ำ แขกที่มาพักส่วนมากออกไปเที่ยวข้างนอก จึงไม่ค่อยมีคนอยู่ภายในโรงแรมมากเท่าใด

นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองพัทยา ได้เข้าไปถึงจุดต้นเพลิงแล้วและได้เข้าควบคุมเพลิงเรียบร้อย ขณะนี้กำลังระบายควันไฟที่ยังลอยอยู่ภายในโรงแรมออกด้านนอก คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงจะเข้าไปตรวจสอบความเสียหายภายในโรงแรมได้ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ มีแต่เพียงมีผู้ที่สำลักควันไฟประมาณ 2 ราย เป็นเด็กชายและหญิงที่พักอยู่บริเวณชั้น 3 แต่ทุกคนปลอดภัยหมด

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามทางโรงแรมได้ดำเนินการส่งต่อแขกที่มาพัก ไปยังโรงแรมบริเวณใกล้เคียงแทน เพราะไม่มันใจในความปลอดภัย อีกทั้งโรงแรมได้ตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมดแล้วเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องมีการประสานไปยังแขกที่มาพักที่ออกไปข้างนอกว่า ทางโรงแรมจะให้ไปพักที่อื่นเป็นการชั่วคราวจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ โรงแรม แฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล เป็นของ นายบรรจง บุษราคัมวงษ์ นักธุรกิจค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ ชื่อดัง และ เป็นพ่อ ของ นายเปรม บุษราคัมวงษ์ โดยโรงแรมดังกล่าว เป็น โรงแรมระดับ 5 ดาว มีสิ่งอำนวยที่ได้มาตรฐาน อันดับต้นของเมืองพัทยา ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุในครั้งนี้ ทางตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุแน่ชัด โดยต้องรอเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนความเสียหายคาดว่ามูลค่าประมาณ 2 ล้าน